RoV ปรับสมดุลฮีโร่ล่าสุด อัปเดตบัฟ-เนิร์ฟ พร้อมวิธีปรับตัวและผลกระทบต่อการเล่น
การอัปเดต RoV ปรับสมดุลฮีโร่ล่าสุด รอบนี้มีทั้งการบัฟฮีโร่ที่เริ่มหลุดจากเมตา และการเนิร์ฟตัวละครที่ทำผลงานสูงเกินไป โดยเน้นปรับคูลดาวน์ ความเสียหาย โล่ การฟื้นฟูพลังชีวิต และความคล่องตัว เพื่อให้แต่ละตำแหน่งแข่งขันกันได้สมดุลมากขึ้น ผู้เล่นควรตรวจสอบค่าที่เปลี่ยนแปลงก่อนลงแรงค์ เพราะบางฮีโร่อาจต้องปรับเซ็ตไอเทม รูน และจังหวะการใช้สกิลใหม่ทั้งหมด
Omega ได้รับบัฟ เพิ่มโล่และลดคูลดาวน์สกิล 1
Omega เป็นฮีโร่สายแทงก์ที่มีจุดเด่นด้านการเปิดไฟต์ การควบคุมศัตรู และการดันป้อม แต่ในช่วงที่ผ่านมา เขายังขาดความต่อเนื่องในการใช้สกิลและมีโอกาสเสียเปรียบเมื่อต้องยืนรับความเสียหายนาน ๆ การปรับครั้งนี้จึงช่วยให้ Omega ใช้สกิล 1 ได้ถี่ขึ้น พร้อมเพิ่มโล่ช่วงต้นเกม ทำให้เข้าเปิดจังหวะและถอนตัวได้ปลอดภัยกว่าเดิม
- สกิล 1 คูลดาวน์: จาก 10 วินาที ปรับเป็น 10-0.4 วินาทีต่อเลเวล
- สกิล 1 ปริมาณโล่: จาก 250+125/เลเวล+10% ของพลังชีวิตสูงสุด
- ปรับเป็น 400+120/เลเวล+10% ของพลังชีวิตสูงสุด
ผลจากการบัฟนี้ทำให้ Omega แข็งแกร่งขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเกม โดยเฉพาะเมื่อออกไอเทมลดคูลดาวน์ เขาจะสามารถใช้โล่และสกิลควบคุมศัตรูได้ต่อเนื่องมากขึ้น เหมาะกับทั้งตำแหน่งซัพพอร์ตและออฟเลนในบางสถานการณ์
Flowborn: Mage ถูกเนิร์ฟ ลดความเสียหายสกิลหลัก
Flowborn: Mage ยังคงสร้างความเสียหายได้รุนแรงเกินไป โดยเฉพาะเมื่อมีไอเทมเวทครบและสามารถใช้คอมโบสกิลใส่เป้าหมายได้เต็มชุด การเนิร์ฟรอบนี้จึงลดทั้งความเสียหายพื้นฐานและอัตราส่วนพลังเวท เพื่อไม่ให้เขาสามารถปิดบัญชีฮีโร่บางได้ง่ายเกินไป แต่ยังคงรักษาความสามารถในการทำดาเมจหมู่เอาไว้
- สกิล 2: จาก 275+55/เลเวล+0.55 AP
- ปรับเป็น 240+48/เลเวล+0.5 AP
- สกิล 3 ความเสียหายพื้นฐาน: จาก 600+300/เลเวล+1.2 AP
- ปรับเป็น 560+280/เลเวล+1.1 AP
- สกิล 3 ความเสียหายครั้งแรก: จาก 280+140/เลเวล+0.55 AP
- ปรับเป็น 230+115/เลเวล+0.45 AP
หลังการปรับ Flowborn: Mage จะต้องพึ่งพาตำแหน่งยืนและการใช้คอมโบให้แม่นยำมากขึ้น ผู้เล่นอาจไม่สามารถใช้สกิลชุดเดียวล้มเป้าหมายได้ง่ายเหมือนเดิม โดยเฉพาะในช่วงกลางเกม
Ignis ได้รับบัฟ เพิ่มความแรงของอัลติเมทเสริมพลัง
Ignis เป็นเมจที่เน้นการทำคอมโบจากเครื่องหมายและการเสริมพลังสกิล แต่ที่ผ่านมา ความแตกต่างระหว่างอัลติเมทปกติกับอัลติเมทเสริมพลังยังไม่ชัดเจนมากนัก การบัฟครั้งนี้จึงเพิ่มความเสียหายของสกิล 3 เวอร์ชันเสริมพลัง เพื่อให้การสะสมเครื่องหมายและเรียงลำดับคอมโบมีความคุ้มค่ามากขึ้น
- สกิล 3 ความเสียหายเสริมพลัง: จาก 800+225/เลเวล+1.2 AP
- ปรับเป็น 800+400/เลเวล+1.3 AP
การเพิ่มค่าความเสียหายต่อเลเวลและอัตราส่วนพลังเวทช่วยให้ Ignis มีพลังช่วงกลางถึงท้ายเกมสูงขึ้นอย่างชัดเจน หากผู้เล่นสามารถใช้สกิลเสริมพลังได้ถูกจังหวะ อัลติเมทจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำดาเมจหมู่และพลิกทีมไฟต์
Flowborn: Carry ถูกเนิร์ฟ ลดดาเมจสกิล 2
Flowborn: Carry มีทั้งความคล่องตัวและความเสียหายสูง ทำให้สกิล 2 สามารถใช้ได้ทั้งหลบหนี ไล่ล่า และทำดาเมจในเวลาเดียวกัน ทีมพัฒนาจึงลดความเสียหายของสกิลนี้ลง เพื่อให้บทบาทหลักกลับมาอยู่ที่การเคลื่อนที่และปรับตำแหน่ง มากกว่าการใช้เป็นสกิลโจมตีหลัก
- สกิล 2 ความเสียหายพื้นฐาน: จาก 620+124/เลเวล+1.56 โบนัส AD
- ปรับเป็น 550+110/เลเวล+1.35 โบนัส AD
หลังถูกเนิร์ฟ ผู้เล่นต้องพึ่งพาการโจมตีปกติและสกิลหลักอื่นมากขึ้น สกิล 2 ยังคงมีประโยชน์ด้านความคล่องตัว แต่จะไม่สามารถสร้างความเสียหายรุนแรงเท่าเดิม โดยเฉพาะในช่วงที่มีไอเทมโจมตียังไม่ครบ
Maloch ได้รับบัฟ เพิ่มความเสียหายสกิล 1
Maloch เคยเป็นฮีโร่ออฟเลนและแทงก์ไฟต์เตอร์ที่โดดเด่นจากความเสียหายจริงและความสามารถในการเปิดทีมไฟต์ แต่หลังจากการปรับสมดุลหลายรอบ เขาเริ่มถูกเลือกใช้น้อยลง การบัฟสกิล 1 ครั้งนี้จึงช่วยคืนความรุนแรงให้การฟันแต่ละครั้ง และทำให้ Maloch กดดันคู่ต่อสู้ในเลนได้ดีขึ้น
- สกิล 1 ความเสียหายพื้นฐาน: จาก 650+130/เลเวล+2.8 โบนัส AD
- ปรับเป็น 700+140/เลเวล+3.0 โบนัส AD
ค่าความเสียหายที่เพิ่มขึ้นส่งผลทั้งช่วงต้นและท้ายเกม โดยเฉพาะผู้เล่นที่ออกไอเทมเพิ่มพลังโจมตี Maloch จะสามารถแลกดาเมจในเลนและทำความเสียหายใส่แนวหน้าฝ่ายตรงข้ามได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
Jinna ถูกเนิร์ฟ ลดดาเมจและความสามารถในการยืนไฟต์
หลังได้รับการปรับปรุงก่อนหน้านี้ Jinna กลายเป็นเมจที่สร้างความเสียหายได้สูง พร้อมมีความทนทานจากอัลติเมท ทำให้สามารถพุ่งเข้าไปกลางทีมไฟต์ได้โดยรับความเสี่ยงน้อยเกินไป การเนิร์ฟครั้งนี้จึงลดทั้งสกิลติดตัว สกิล 1 และเอฟเฟกต์ลดความเสียหายของสกิล 3
- สกิลติดตัว: จาก 280+20/เลเวล+0.7 AP
- ปรับเป็น 250+18/เลเวล+0.6 AP
- สกิล 1: จาก 300+60/เลเวล+0.5 AP
- ปรับเป็น 280+56/เลเวล+0.45 AP
- สกิล 3 ลดความเสียหาย: จาก 25% เหลือ 15%
ผลกระทบสำคัญคือ Jinna จะรับความเสียหายระหว่างใช้อัลติเมทมากขึ้น ผู้เล่นจึงต้องเลือกจังหวะเข้าไฟต์ให้ระมัดระวัง และไม่ควรพุ่งเข้ากลางวงศัตรูโดยไม่มีเพื่อนช่วยสนับสนุน
Lindis ได้รับบัฟ ลดคูลดาวน์อัลติเมท
Lindis เป็นแครี่ที่มีความสามารถสูงเมื่อเคลื่อนที่ผ่านพุ่มไม้ แต่เมื่อออกจากพื้นที่ดังกล่าว ความคล่องตัวและการไล่ล่าจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด การปรับลดคูลดาวน์สกิล 3 ช่วยให้เธอใช้ความสามารถหลักได้ถี่ขึ้น ทำให้เดินเกมและเคลื่อนที่รอบแผนที่ได้คล่องตัวกว่าเดิม
- คูลดาวน์สกิล 3: จาก 12-1 วินาทีต่อเลเวล
- ปรับเป็น 11-1.5 วินาทีต่อเลเวล
เมื่ออัปสกิลจนถึงเลเวลสูง คูลดาวน์จะลดลงมากกว่าเดิมอย่างชัดเจน Lindis จึงสามารถใช้สกิลเพื่อไล่ล่า เปิดการมองเห็น หรือถอนตัวได้ต่อเนื่องขึ้น แม้จะไม่ได้ยืนอยู่ใกล้พุ่มไม้ตลอดเวลา
Lu Bu ได้รับบัฟ เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิตจากอัลติเมท
Lu Bu เป็นไฟต์เตอร์ที่ต้องอาศัยการยืนต่อสู้เป็นเวลานานเพื่อแสดงประสิทธิภาพสูงสุด แต่เมื่อเจอความเสียหายรุนแรงหรือฮีโร่ที่มีการฟื้นฟูสูงกว่า เขาอาจเสียเปรียบได้ง่าย การเพิ่มค่าฟื้นฟูพลังชีวิตจากสกิล 3 จะช่วยให้ Lu Bu ยืนไฟต์ได้นานขึ้นและสร้างแรงกดดันต่อเนื่อง
- สกิล 3 ฟื้นฟูพลังชีวิต: จาก 120+60/เลเวล+0.3 AD
- ปรับเป็น 130+65/เลเวล+0.35 AD
การบัฟนี้ส่งผลดีต่อทั้งการดวลตัวต่อตัวและทีมไฟต์ ยิ่ง Lu Bu มีพลังโจมตีสูง เขาจะยิ่งฟื้นฟูพลังชีวิตได้มากขึ้น ทำให้มีโอกาสพลิกสถานการณ์ระหว่างต่อสู้และเอาชนะคู่ต่อสู้ที่ประเมินความทนทานของเขาต่ำเกินไป
TeeMee ได้รับบัฟ ลดคูลดาวน์และเพิ่มความเสียหายสกิล 1
TeeMee เป็นซัพพอร์ตที่โดดเด่นด้านการควบคุมพื้นที่ เพิ่มรายได้ และช่วยชุบชีวิตเพื่อนร่วมทีม แต่สกิล 1 ในแพตช์ก่อนอาจสร้างแรงกดดันได้ไม่มากพอ โดยเฉพาะเมื่อทีมตกเป็นรอง การบัฟครั้งนี้จึงลดคูลดาวน์ พร้อมเพิ่มความเสียหายพื้นฐานและความเสียหายสูงสุดหลังชาร์จ
- คูลดาวน์สกิล 1: จาก 6 วินาที เหลือ 5 วินาที
- ความเสียหายพื้นฐาน: จาก 326+100/เลเวล+0.84 AP
- ปรับเป็น 400+80/เลเวล+0.9 AP
- ความเสียหายสูงสุด: จาก 700+200/เลเวล+1.8 AP
- ปรับเป็น 800+160/เลเวล+1.8 AP
TeeMee จะสามารถใช้สกิล 1 ได้ถี่ขึ้นและสร้างความเสียหายช่วงต้นเกมมากกว่าเดิม ช่วยให้การเปิดไฟต์หรือป้องกันแนวหลังมีประสิทธิภาพขึ้น แม้ทีมจะตามด้านเงินหรือเลเวลก็ตาม
Zuka ได้รับบัฟ เพิ่มดาเมจและโล่ของสกิล 2
Zuka เป็นไฟต์เตอร์แอสซาซินที่ต้องสร้างความได้เปรียบตั้งแต่ต้นเกม แต่ที่ผ่านมา ดาเมจและความทนทานของเขายังไม่เพียงพอสำหรับการแลกสกิลในเลน การบัฟครั้งนี้เพิ่มทั้งความเสียหายและปริมาณโล่ของสกิล 2 ทำให้ Zuka เปิดจังหวะบุกและถอนตัวได้มั่นคงขึ้น
- สกิล 2 ความเสียหาย: จาก 100+20/เลเวล+0.35 AD
- ปรับเป็น 180+36/เลเวล+0.50 AD
- สกิล 2 ปริมาณโล่: จาก 300+60/เลเวล+2.0 AD
- ปรับเป็น 350+70/เลเวล+2.0 AD
Zuka จะมีความสามารถในการแลกดาเมจช่วงต้นเกมสูงขึ้นอย่างชัดเจน หากสร้างความได้เปรียบในเลนได้ เขาจะสามารถต่อยอดไปสู่ช่วงกลางเกมและล้วงแนวหลังฝ่ายตรงข้ามได้ง่ายกว่าเดิม
Valhein ได้รับบัฟ เพิ่มความเสียหายจากกงจักร
Valhein เป็นแครี่ที่คุ้นเคยสำหรับผู้เล่นจำนวนมาก แต่ในช่วงหลังบทบาทในสนามรบลดลง เพราะความเสียหายช่วงกลางถึงท้ายเกมไม่โดดเด่นเท่าแครี่ตัวอื่น การบัฟสกิลติดตัวครั้งนี้เพิ่มดาเมจของกงจักรสีแดงและสีฟ้า ช่วยให้เขากดดันเป้าหมายและไล่ล่าศัตรูได้ต่อเนื่องขึ้น
- กงจักรสีแดง: จาก 80+16 ต่อเลเวลฮีโร่+0.3 AD
- ปรับเป็น 100+20 ต่อเลเวลฮีโร่+0.37 AD
- กงจักรสีฟ้า: จาก 40+8 ต่อเลเวลฮีโร่+0.15 AD
- ปรับเป็น 50+10 ต่อเลเวลฮีโร่+0.185 AD
ผลจากการปรับช่วยให้ Valhein ทำความเสียหายจากการโจมตีต่อเนื่องได้ดีขึ้นทั้งช่วงต้นและท้ายเกม โดยเฉพาะการสุ่มกงจักรสีแดงที่สร้างแรงกดดันสูงกว่าเดิม และกงจักรสีฟ้าที่ช่วยเพิ่มดาเมจระหว่างการไล่ล่าหรือคุมจังหวะศัตรู
LDPlayer – เล่น Garena RoV: Ace of Destiny บน PC มันส์กว่าเดิม!เฟรมเรตสูง + ไหลลื่นไม่สะดุด : สงครามกิลด์หมื่นคน ปะทะศึกโลก ได้อารมณ์เต็มแม็กซ์
หลายไอดีวางแผนพร้อมกัน : เปิดหลายบัญชี บริหารทรัพยากรและกองทัพได้ง่ายขึ้น
มาโครออโต้ : เก็บทรัพยากร ทำเควสประจำวัน จัดการเมืองได้สะดวก
อัดคลิป/แคปจอ : แชร์ชัยชนะสุดยิ่งใหญ่ลงโซเชียลมีเดียทันที
สรุป RoV ปรับสมดุลฮีโร่ล่าสุด ตัวไหนน่าจับตามอง
แพตช์นี้บัฟ Omega, Maloch, Zuka, Valhein และ Ignis ให้กลับมาเด่นขึ้น ทั้งดาเมจและความอยู่รอด ขณะที่ Flowborn: Mage, Flowborn: Carry และ Jinna ถูกเนิร์ฟเพื่อลดความเก่งเกินไป ผู้เล่นควรทดลองก่อนลงแรงค์ เพราะค่าต่าง ๆ เปลี่ยน ส่งผลต่อคอมโบ ไอเทม และจังหวะเกม การปรับตัวเร็วช่วยเพิ่มโอกาสชนะและเลือกฮีโร่ได้เหมาะกับเมตาปัจจุบัน









